Time management in my view
posted on 20 Jun 2007 20:35 by illus in love-lifeได้รับคำถามจากอาจารย์ครับ เห็นว่าน่าสนใจดี เลยจับเอาคำตอบของผมมาลงบล็อกซะเลย(มะได้เข้เกียจอัพนะ เอิ้กๆ) บางอย่างอาจดูเกินความจริงไปบ้าง ถือว่าเป็นอุดมคติแล้วกันครับ ผมเองก็จะพยายามจัดการบริหารเวลาให้ดี!
คำถามมีอยู่ว่า
ขอให้นิสิตช่วยกันคิดกันหน่อยซิครับว่าจะมีวิธีการจัดการเกี่ยวกับเวลาที่นิสิตมีอยู่ในขณะศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ (efficiency) และมีประสิทธิผล (effectiveness) อย่าลืมนะครับว่า เวลา ก็ถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่มีค่าสำหรับคนเราทุกคน หลายคนมักจะบอกว่าอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
คำตอบของกระโพ้มม>>>
วิธีการจัดการเวลาที่มีอยู่ในความคิดของผมนั้น ผมขอมุ่งประเด็นไปที่คำแรกก่อน คือการจัดการให้มีประสิทธิภาพ (efficiency) ทำงานให้สำเร็จลุล่วง และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ก่อนอื่น เราต้องมีการตั้งคำถามให้กับตัวเองก่อนว่า ในทุกๆวันที่เราดำรงชีวิตอยู่ เราใช้เวลาที่มีนั้นคุ้มค่าหรือยัง เช่น ไปเรียนวิชาเดิมๆทุกสัปดาห์ในช่วงเวลาเดียวกัน ได้ตั้งใจเรียนให้เต็มที่หรือยัง เรียนเป็นเรียนเล่นเป็นเล่นหรือเปล่า เข้าเรียนตรงเวลาหรือไม่ ไปตามนัดกับเพื่อนฝูงตรงเวลาหรือไม่ ได้พบปะกับเพื่อนฝูง ตลอดจนทำกิจกรรมต่างๆ มากไปหรือน้อยไปกว่าที่ควรจะเป็น มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย สามารถทำให้เสร็จก่อนกำหนด พอดีกำหนด หรือว่าต้องอ้อนวอนขออาจารย์ให้ส่งหลังจากนั้น มีการทำงานใช้ชีวิตแบบสบายๆค่อยๆสะสางงานไปเรื่อยๆ หรือทำตัวเป็นดินพอกหางหมู แล้วค่อยมาทำงานเอาคืนสุดท้ายก่อนส่ง อ่านหนังสือก่อนสอบวันเดียวหรือไม่ สิ่งที่กระทำอยู่เป็นการเบียดเบียนเวลาในการทำกิจกรรมอื่น ให้เสียระบบของชีวิตประจำวัน ให้รวนไปหมดหรือไม่ เป็นต้น
เมื่อเราได้ทบทวนถึงสิ่งที่เราได้กระทำ รวมถึงลักษณะนิสัยที่เป็นอยู่ประจำวันของเราแล้ว หากสิ่งใดที่คิดว่าเป็นการจัดการเวลาดี ก็ทำต่อไปไม่ให้ยิ่งหย่อนไปกว่าเดิม ส่วนสิ่งที่ไม่ดี เราก็นำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเราควรจะมีการวางแผนสำหรับจัดการเวลาขึ้น ให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวัน และเข้ากับความเป็นตัวเราอย่างลงตัว การวางแผนนั้น สามารถเป็นได้ยิ่งกว่าตารางเวลา แผนของเราสามารถเป็นการวิเคราะห์ไปถึงว่า ในแต่ละกิจกรรม เราต้องจัดเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง ต้องทำอะไรก่อนหลัง การมีการวางแผนที่ดีนั้น จะสามารถป้องกันและแก้ปัญหาที่จะพบเจอได้เป็นอย่างดี และเป็นผลดีสำหรับการจัดการเวลาในระยะยาว ส่วนนี้เองจะสามารถสร้างสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากประสิทธิภาพควบคู่กันไป นั่นคือ ประสิทธิผล (effectiveness) โดยในระยะเวลาเท่าเดิม เราจะต้องจัดการเวลาให้คุ้มค่า มีคุณภาพมากขึ้น หรือได้ปริมาณงานมากขึ้น ในเวลาเท่าเดิม
สำหรับผู้ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาตนเองด้านเวลาอย่างจริงจังนั้น จะต้องมีการติดตามผลของการจัดการเวลาด้วยตนเองด้วย อาจเป็นบันทึกประจำวัน ไดอารีบันทึกความก้าวหน้า หรือด้วยวิธีง่ายๆ คือ ลองถามตัวเองอีกครั้ง ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาทำให้การจัดการเวลาไม่มีประสิทธิภาพที่ได้คิดไว้ในขั้นต้นนั้น เราสามารถขจัดสิ่งเหล่านั้น และปรับปรุงให้ดีขึ้นได้หรือยัง ถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็ต้องมีการวิเคราะห์ข้อบกพร่องและนำมาพัฒนาตนต่อไป
ปัญหาและอุปสรรคสำหรับการจัดการบริหารเวลาซึ่งจะทำให้ไม่ได้รับประสิทธิภาพ และประสิทธิผลตามที่ควรจะเป็นนั้น มีหลายประการ อาจจะเป็นความขี้เกียจ ผัดวันประกันพรุ่ง ความไม่มีระเบียบ ไม่รู้จักการจัดการที่ถูกต้อง อารมณ์ขึ้นๆลงๆ อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ การควบคุมตนเองไม่ได้ ปัจจัยจากสุขภาพร่างกาย หรือบุคคลอื่นก็ดี แต่หากเราได้มีการสร้างนิสัย คู่กับการวางแผนที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ปัญหาและอุปสรรคต่างๆก็จะลดน้อยลง แนวทางหนึ่งที่ดีมากสำหรับการสร้างนิสัยเพื่อการบริหารจัดการเวลาที่ดี นั่นก็คือ หลักของ 5ส เป็นแนวทางในการปรับสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้น โดยสามารถมุ่งเน้นไปที่ลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี และเป็นกุญแจสำคัญสู่ความก้าวหน้าในชีวิต
หลักของ 5 ส มีดังนี้ คือ
1. สะสาง สิ่งที่อยู่รอบตัว แยกของที่ต้องการ ออกจากของที่ไม่ต้องการ และขจัดของที่ไม่ต้องการทิ้งไป
2. สร้างความ สะดวก ในชีวิตประจำวัน จัดวางสิ่งของ ต่างๆ ในที่ทำงานให้เป็นระเบียบ เพื่อความสะดวกและปลอดภัย
3. มีการทำความ สะอาด บริเวณต่างๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีในการเรียน การทำงาน
4. สร้าง สุขลักษณะ ที่ดี ในการทำงาน มีสุขอนามัย มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ มีการตรวจสอบปรับปรุง 3ส แรกเพื่อยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้น
5. สามารถ สร้างนิสัย ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีน้ำใจ และทำงานสะดวกรวดเร็ว ตรงเวลา
จะเห็นได้ว่า หลักการของ 5ส เป็นหลักที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตนั้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดเวลาและเพิ่มคุณภาพสำหรับแต่ละงานที่ต้องทำในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เพื่อนๆ สามารถอ่านรายละเอียดของการปฏิบัติ 5ส ได้เพิ่มเติมจาก http://www.moc.go.th/opscenter/cb/5s.html
แนวทางที่ดีมากอีกทางสำหรับการสร้างนิสัยในการจัดการเวลา ช่วยให้การทำกิจการงานสำเร็จตามความมุ่งหมายได้ก็คือ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ชื่อว่า อิทธิบาท 4
หลักอิทธิบาทสี่ มีดังนี้ คือ
1. ฉันทะ คือ ความพึงพอใจรักใคร่ในกิจการงานสิ่งที่กระทำ
2. วิริยะ คือ มีความพากเพียรหมั่นประกอบกิจการงานนั้นให้สำเร็จโดยชอบ
3. จิตตะ คือ เอาจิตใจฝักใฝ่ในสิ่งที่ทำ ไม่วางธุระหรือละทิ้งไปเสีย
4. วิมังสา คือ หมั่นไตร่ตรองพิจารณาหาเหตุผลที่ชอบด้วยสัมมาทิฐิ หาวิธีการปรับปรุงกิจการงานของตนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.budpage.com/jobs004.html
สุดท้ายนี้ ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยหลักธรรมง่ายๆอีกประการ คือ จงเตือนตนด้วยตน ตนเองเป็นที่พึ่งแห่งตนที่ดีที่สุด จงพยายามทำกิจการด้วยตนเองให้ลุล่วง อย่าหวังแต่พึ่งผู้อื่น หรือโชคชะตา และหากตั้งใจจะบริหารเวลาแล้ว เราสามารถเริ่มได้จากวินาทีนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องรอว่าจะให้ถึงวันพรุ่งนี้ หรือรอฤกษ์ยามใดๆ รับรองได้ว่า เมื่อทุกคนได้ปฏิบัติจัดการเวลาที่ดีแล้ว จะมีความสุข และความสำเร็จในการงานต่างๆอย่างแน่นอน
-----------------------------------------
My queue selected! Top 5 of this time:
- innocence - Bjork
- love stone - Justin Timberlake
-fluorescent adolescent - Arctic Monkey
-rehab (remix) (ft. Jay-Z & Pharoahe Monch) - Amy Winehouse
edit @ 2007/06/23 00:27:59

ร้อนอีกตะหาก
อ่า ดองไว้รวมสองแทกๆ
#1 By Heat UP! on 2007-06-20 22:51